วิธีรักษาเกลื้อน ง่ายๆ แต่ได้ผล เกลื้อนที่หน้า คอ หลัง หน้าอก

วิธีรักษาเกลื้อน

ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใดของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา หรือสมุนไพร ผมได้รวบรวมวิธีต่างๆ ที่ได้ผลมาบอกเพื่อนๆ อ้อ เสริมความรู้ภาษาอังกฤษหน่อย เกลื้อนนั้นในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Tinea versicolor หรือ Pityriasis versicolor เวลาฝรั่งถามจะได้รู้กัน ความจริงแล้ว เกลื้อนนั้นรักษาไม่ยาก เพียงแต่อาจจะต้องใช้ความอดทน และดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำเดิมอีก เรามาดูกันก่อนไล่เป็นข้อๆ ไปเลยนะครับ

สาเหตุของเกลื้อน

เกลื้อน เกิดจากเชื้อราบนผิวหนังชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า มาลาสซีเซีย เฟอร์เฟอร์ (Malassezia furfur) หรือ พิไทโรสปอรัม ออร์บิคูลาเร (Pityrosporum orbiculare) ซึ่งโดยปกติ เราจะพบเชื้อราพวกนี้อยู่แล้วบนร่างกายของเราบริเวณผิวหนังชั้นตื้น บริเวณที่มีต่อมวิธีรักษาเกลื้อน เกลื้อนที่หน้า เกลื้อนที่หลังไขมันที่ปล่อยน้ำมันออกมามากๆ เช่น หนังศีรษะ ใบหน้า ต้นคอ หน้าอก และ บริเวณหลัง อันนี้มีกันทุกคนเป็นปกตินะครับ แต่ว่า สำหรับคนที่เป็นเกลื้อนนั้น จะมีลักษณะพิเศษก็คือเป็นคนที่มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ ไม่รักษาความสะอาดและหมักหมม โดยเชื้อราพวกนี้จะกินไขมันที่ผิวหนังเราขับออกมาเป็นอาหาร ถ้าในช่วงใดช่วงหนึ่งที่ร่างการของเราอ่อนแอ เชื้อราพวกนี้ก็จะขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น และเกิดเป็นโรคเกลื้อนตามมา

อาการของเกลื้อน

มีหลายๆ คนเข้าใจผิดว่ากลากกับเกลื้อนมีอาการเหมือนกัน หรือยังแยกไม่ออกว่าลักษณะต่างกันอย่างไร เพราะโดยทั่วไป ยารักษาเกลื้อน ก็รักษากลากได้เช่นกัน ทำให้บางทีเราเรียกรวมๆ เวลาถามใครก็จะเป็นลักษณะที่ว่า “นี่เธอ มียารักษากลากเกลื้อนมั้ย” ประมาณนี้ นอกเรื่องไปซะเยอะ เรามาดูดีกว่าว่าเกลื้อนมีลักษณะอย่างไร

  • ลักษณะเป็นผื่นผิวเรียบ ดวงเล็กๆ รอบรูขุมขน มีขนาดของวงประมาณตั้ง 1 มม. ขึ้นไป กระจายอยู่รอบๆ ในบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก หรือผื่นอาจจะรวมกันเป็นปื้นก็ได้ สีอาจจะมีสีจางกว่าผิวบริเวณไกล้เคียง หรืออาจจะเข้มกว่าก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ที่เราคนไทยมักคุ้นเคยก็คือจะมีสีจางกว่าผิวหนังโดยรอบนั่นเอง
  • มีอาการคันบริเวณเกลื้อนเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะตอนที่มีเหงื่อออกมากๆ
  • อาจพบขุยหรือผิวหนังลอกบริเวณที่เป็นก็ได้ หรืออาจจะไม่พบสำหรับคนที่มีผิวค่อนข้างมัน
  • ขอเพิ่มเรื่องกลากเข้าไปอีกหน่อย ลักษณะที่เด่นชัดของกลากคือ บริเวณที่เป็น จะเป็นผิวนูนขึ้นมาจากผิวหนังเรา มีสีคล้ำ หรือแดง และมีอาการคันนะครับ จะได้แยกกันถูกว่าเราเป็นกลากหรือเกลื้อน

กลุ่มเสี่ยงต่อโรคเกลื้อน
จริงๆ ก็ทุกคนนั่นล่ะครับ ที่เป็นเกลื้อนได้ แต่ก็มีกลุ่มเสี่ยงอยู่นะครับ มาดูกันว่าคุณอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสเป็นเกลื้อนได้มากกว่าคนอื่นหรือเปล่า

  • วัยรุ่น วุ่นรัก (วุ่นรักไม่เกี่ยวนะครับ ผมเขียนให้มันคล้องจอง) เพราะกลุ่มนี้เป็นช่วงวัยสะรุ่นที่มีการขับน้ำมันออกจากร่างกายเยอะและมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน
  • ผู้ที่ทำงานที่มีเหงื่อออกมากและอยู่ในที่ร้อนเกือบตลอดเวลา ก็เช่น ชาวนา ชาวไร่ กรรมกรแบกหาม ก่อสร้าง พนักงานรักษาความปลอดภัย (ไส่เสื้อเป๊ะ และร้อน)
  • คนที่มีผิวมัน หรือคนที่มีอัตราการหลุดลอกของผิวหนังช้ากว่าคนปกติทั่วไป
  • คนที่อยู่ในภาวะเครียด และมีสภาะภูมิคุ้มกันไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็น เช่นคนเป็นโรคเอดส์

บริเวณที่เป็นเกลื้อนได้ง่าย หรือมีโอกาสเป็นเกลื้อนสูง

  • เกลื้อนที่หน้า

    เนื่องจากบริเวณใบหน้า เป็นส่วนที่มีต่อมไขมันใต้ผิวหน้งมากนั่นเอง

  • เกลื้อนที่คอ

  • เกลื้อนที่หลัง

  • เกลื้อนที่อก

วิธีรักษาเกลื้อน มาถึงไฮไลท์วิธีการรักษาเกลื้อนกันซะทีนะครับ การรักษาเกลื้อนนั้นมีหลายวิธีมาก เอาวิธีที่เป็นแบบวิชาการหน่อยนะครับ คื่อการใช้ยา เรามาดูกันว่ามียาทาเกลื้อนอะไรบ้าง

ยาทาเกลื้อน

ชนิดทาภายนอก

  1. ทาด้วยยาน้ำโซเดียม ไทโอซัลเฟตชนิด 20% โดยยานี้ เราจะใช้เป็นแบบสำเร็จรูป หรือว่าจะซื้อมาผสมเองก็ได้ หรืออาจเตรียมเองโดยผสมตัวยานี้ (หาซื้อจากโรงพยาบาล หรือร้านถ่ายรูปก็ได้ เค้าเรียกว่า ไฮโป) โดยใช้ไฮไปเกร็ดหนัก 12 กรัม ผสมรวมกับกับต้มสุกอุ่น หรือว่าน้ำกลั่น ใส่เต็มขวดขนาด 60 มิลลิลิตร (ขวดอะไรก็ได้นะครับ ขอให้คุณตวงได้ 60 มล. ก็เป็นอันใช้ได้) ใช้ยานี้ทาบาง ๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็นหลังอาบน้ำ ให้ทาติดต่อกันเป็นเวลา 3-4 อาทิตย์ อ้อ มีข้อสังเกตก็คือ ยานี้จะเสื่อมเมื่อเกิน 2 สัปดาห์แล้วนะครับ ถ้าใช้ไม่หมด หรือว่า อายุเกิน ก็ต้องผสมใหม่นะครับ
  2. ยาที่มีส่วนผสมของ Selenium Sulfide ถ้าซื้อตามร้านขายยาก็คือยี่ห้อ Sepdermex Cream อ่านตามฉลากยาวิธีใช้ หรือใช้เอามาฟอกตัว ทิ้งไว้ประมาณ 15-30นาที แล้วก็ล้างออก ทำเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ข้อควรระวังสำหับยานี้คือ มันทำให้เราแสบๆ ร้อน ได้ ถ้าเราทิ้งไว้นานเกินไป
  3. แชมพูสระผมเซลซั่น ซัสเพนชั่น(มีตัวยาซีลีเนียม ซัลไฟด์ เหมือนข้อข้างบน) วิธีใช้ก็คือ อาบน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แห้ง หอมๆ หลังจากนั้นใช้สำลีชุบยาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วอาบน้ำใหม่ เพื่อจะล้างยาออก ทำวันละครั้งก็พอ แต่ว่าต้องทำเป็นเวลาประมาณ 6 อาทิตย์ และก็ต้องระวังคืออาจเกิดอาการแพ้ บวมแดง คัน หรือเหมือนน้ำร้อนลวกได้ ถ้าแพ้ควรเลิกใช้เลย
  4. แชมพูคีโตโคนาโซล ให้ทา 5 นาที แล้วล้างก็ล้างออก วันละครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน อันนี้ที่เห็นก็มียี่ห้อนอร่านะครับ จากไทยนครพัฒนา
  5. Ketolytic agent เช่น Whitfield’s ointment, prooylene glycol in water 40-50% มีสรรพคุณโดยการทำให้ผิวหนังชั้นนอกที่มีเชื้อราหลุดไป
  6. ยาทาที่มี imidazole derivatives เป็นส่วนผสมในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น clotrimazole,bifonazole, econazole, terbinafine ,miconazole, , sertaconazole ใช้ทาบริเวณใบหน้าหรือข้อพับต่างๆ
  7. ขอโทษเถอะนะครับ ข้อมูลข้างบน ผมพยายามรวบรวมมาเพื่อให้มันดูครบสำหรับการใช้ยาทา แต่จริงๆ แล้ว เอาแบบบ้านๆ ง่ายๆ คือ ผมอ่านแล้วก็ยังงงๆ ว่าไอ้ยาพวกนี้ จะไปบอกกับร้านขายยาแบบเป็นภาษาอังกฤษ ดูไปมันก็ยังยากๆ อยู่ อย่ากระนั้นเลย เอาที่มันเป็นภาษามนุษย์ง่ายๆ ได้มั้ยว่ายาอะไร ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินเลย ก็คือ ไม่ต้องไปรู้หรอกว่ายาอะไร แค่เดินเข้าไปในร้านขายยาแล้วก็บอกว่า ขอซื้อยาทาเกลื้อนหน่อย (อันนี้ผู้หญิงอาจจะอาย ก็ให้แฟน หรือน้องชายหรือพ่อไปซื้อให้ก็ได้ 555) แล้วก็บอกวิธีการใช้ด้วยนะ แค่นี้ก็หมดเรื่อง แต่เอาล่ะ สำหรับข้อสุดท้ายของยาทา ผมได้รวบรวมยี่ห้อยาทาที่ขายอยู่ในประเทศไทย ว่ามันมียี่ห้ออะไรบ้าง ก็ได้แก่โทนาฟ, ไมด้าบี, Tara-plus Creams (ทารา-พลัส ครีม),ยารักษาเกลื้อน 246 ของศิริบัญชา (อันนี้คือตัวยาของข้อ 1 นะครับ), ซีม่าโลชั่น, แชมพู เซลซั่น ซัสเพนชั่น (อันนี้พูดไปแล้วตามด้านบน),แชมพูนอร่า (พูดไปแล้วตามด้านบนเช่นกัน),ไนโซรัลครีม,ขี้ผึ้งวิตฟิวด์ (ราคาถูก หลอดละ 10-15 บาท, คาเนสเทน (CANESTEN), โคเทรน (COTREN), ฟังจิเดิร์ม (FUNGIDERM), โลทรีมิน (LOTREMIN), วาเนสเทน (VANESTEN) , ดากทาริน (DAKTARIN), ฟังกิซิล (FUNGISIL), ลิโคนาร์ (LICONAR), ลาโดคา (LADOCA), ฟันคอร์ด (FUNCORT), ฟันก้า (FUNGA), ไมโซคอร์ต (MYSOCORT ก็ประมาณนี้ครับ 55 ยังไงก็หนีภาษาอังกฤษเรียกยากๆ ไม่พ้น ถ้าเอาแบบธรรมดาก็พวกตัวบนๆ นะครับ เรียกไม่ยากเท่าไหร่ พวกนี้เป็นยาที่ขายตามร้านขายยาทั่วไป นะครับ ไม่ใช่ยาที่ขายตามเน็ตราคาหลายร้อยหรือหลายพัน

ยารับประทาน หรือยากินสำหรับรักษาโรคเกลื้อน
สำหรับยากินที่รักษาเกลื้อนนั้น ใช้ในรายที่เป็นมากๆ นะครับ ถ้าเป็นน้อยๆ ก็ใช้แค่ยาทาก็พอ ยังไงก็ตาม ก่อนใช้ต้องปรึกษาหมอหรือเภสัชกรแถวบ้านก่อนนะครับ ยาบางอย่าง ไปใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ แต่ผมได้รวบรวมข้อมูลสำหรับยารับประทานไว้ดังนี้ครับ

  1. Ketoconazole คีโตคอนนาโซล ใช้เป็นยาหลักเลยนะครับสำหรับรักษาเกลื้อนน้อยกลอยใจของเรา ให้ใช้ยาขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวันนะครับ รักษานานเป็นระยะเวลา 10-14 วันแต่ถ้าเป็นไม่มาก คำว่าไม่มากนี่ คือก็ยังมากกว่าที่จะใช้ยาทารักษานะครับ ก็ให้กินยาขนาด 400 มิลลิกรัม วันเดียว และกินอีกทีก็คือห่างออกไปอีก 1 อาทิตย์ อ้อ เกือบลืม 400 มิลลิกรัมคือแบ่งกินสองเวลาเช้าเย็นนะครับ คือเช้า 200 เย็น 200 และการป้องกันไม่ให้น้องเกลื้อนมาเยือนอีก ก็ให้กินยานี้ 200 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 3 วันติดกัน ให้ทำอย่างนี้เดือนละครั้งนะครับ
  2. Itraconazole ให้ขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ส่วนการป้องกันการเกิดโรคซ้ำให้ขนาด 400 มิลลิกรัมต่อวัน เดือนละ 1 ครั้ง

สมุนไพรรักษาเกลื้อน

มีเยอะเลยนะครับ เท่าที่ค้นมา เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าสมุนไพรไทยดีๆ มีมากจริงๆ ภูมิปัญญาไทยนี่ ต้องช่วยกันรักษาไว้นะครับ มาว่ากันเป็นตัวๆ เลยดีกว่า ว่ามีสมุนไพรอะไรที่บ้างที่มีสรรพคุณในการรักษาเกลื้อนได้บ้าง

  1. เหง้าข่า ไม่ใช่ตัวข่านะครับ ต้องเป็นเหง้าของมัน ดูง่ายๆ ก็คือเป็นส่วนที่ต่อจากตัวข่านั่นล่ะครับ ให้เลือกเอาที่แก่ ขนาดซักหัวนิ้วโป้งของเรา นำมาโขลกที่ครก พอละเอียดแล้วตักออก นำเหล้าขาวมาผสมรวมกันให้ละลาย แล้วเอาไปทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน ก่อนใช้ทาบริเวณที่เป็น ให้ขูดบริเวณที่เป็นให้เป็นขุยๆ ออกหน่อย ว่ากันว่ากัน จะทำให้น้ำยาซึมเข้าไปฆ่าเจ้าเกลื้อนให้ตายไวได้ดีนักแล
  2. กระเทียม ก่อนรีเสิร์ชข้อมูล ผมนึกเอาไว้อยู่แล้ว นึกอะไรไม่ออก บอกกระเทียม และก็จริงอย่างที่คิด กระเทียมทำได้จริงๆ 555 ให้เอากระเทียมสะอาดปอกเปลือกไปโขลกให้แตกแบบพอมีน้ำออกมา เสร็จแล้วเอาไปทาบริเวณที่มีเกลื้อน ทิ้งไว้ซักพักใหญ่ๆ ทาวันละ 3-4 หน จนกว่าจะหายนะครับ
  3. กระเพรา ป้า!! เพราไข่ดาวจาน ฮื่ย ไม่ใช่ แหมจะเล่นตลกอยู่เรื่อย ก็อ่ะนะ อาหารจานโปรดของหมู่เฮาชาวไทย คิดเมนูไม่ออก ก็เพราไก่นี่แหละ ว่ากันว่า กระเพราสามารถรักษาเกลื้อนได้เช่นกัน ให้นำกระเพรามาโขลกมาตำให้ละเอียดจนน้ำออก นำทั้งหมดมาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน หรือโปะเอาไว้ ทิ้งไว้พักใหญ่ๆ วันนึงทำประมาณ 3-4 ครั้ง เดี๋ยวก็หายเองครับ
  4. ดอกผักบุ้ง โอวแม่เจ้า ดอกผักบุ้งรักษาเกลื้อนได้ด้วย ไม่อยากจะเชื่อ เอ้า ลองกันเลยครับ เอาดอกผักบุ้งมาซัก 10 ดอก โขลกเบา เพราะดอกผักบุ้งค่อนข้างบอบบางมาก จนน้ำออกหน่อยๆ เอามาโปะทาบริเวณเกลื้อน ทิ้งเอาไว้นานๆ ล้างออกแล้วทำใหม่ ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเกลื้อนหายเองครับ
  5. ใบชุมเห็ดเทศ หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่รู้ เจ้าใบนี้ เดี๋ยววันหลังหามาให้ดูนะครับ นำเจ้าใบชุมเห็ดเทศมาตำให้ละเอียด เสร็จแล้วก็นำไปทาบริเวณที่เป็นเกลื้อนได้เลยครับ สูตรนี้หลายตำราก็ว่าเอาไปผสมกับกระเทียมด้วย ก็แล้วแต่นะครับ จะผสมหรือไม่ผสมก็ได้
  6. ใบพลู ให้นำมาโขลกจนละเอียด ผสมเหล้าขาวเข้าไป คนให้เข้ากัน แล้วคั้นเอาแต่น้ำ มาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นเกลื้อน

หรือไม่ให้กลับมาเป็นเกลื้อนอีกครั้ง

  • รักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ ไม่ให้มีการหมักหมมของเหงื่อไคล ฟอกสบู่ให้ทั่วถึง ตามซอกต่างๆ ของร่างกายที่เป็นจุดอับ และเช็ดตัวให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ ส่วนผู้หญิงหากมีผมยาว อย่าสระผมเสร็จแล้วนอนเลยโดยไม่มีการเช็ดผมให้แห้ง นอกจากจะเสี่ยงต่อการเห็นหวัดแล้ว ก็ยังเสี่ยงต่อการเป็นเกลื้อนด้วย
  • นำเสื้อผ้าไปต้มซักครั้งหนึ่งก่อน แล้วครั้งๆ ต่อไป ตากต้องให้ถึงแดด และอยาใช้เสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น ข้อนี้ผมมีเกร็ดมาเล่าให้ฟัง สมัยมิสเตอร์ไฮเค่หนุ่มๆ นั้น ทำงานเป็นคนคุมงานก่อสร้าง และด้วยความที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเองเท่าไหร่ ก็เลยจ้างแม่บ้านในแคมป์คนงานนั่นล่ะ เป็นคนซักผ้าให้ เข้าตำราเป๊ะเลยนะครับ คือ คนงานก่อสร้าง มีเหงื่อเยอะ หมักหมม ซึ่งบางคนเค้าก็จ้างแม่บ้านในแคมป์ซักผ้าให้เหมือนกัน เป็นเรื่องเลยครับ ผมปกติอาบน้ำทุกวัน วันละสองหน ไม่เคยมีปัญหาเรืองเกลื้อน อยู่มาไม่นานหลังจากจ้างซัก มิสเตอร์ไฮเค่ มีเกลื้อนขึ้นเต็มแผ่นหลังเลยครับ ตอนนั้นตกใจมาก อายก็อาย ไม่กล้าไปหาหมอ มันเยอะจริงๆ เยอะจนเราตกใจ แต่ก็ตัดสินใจไปหาหมอ สิ่งที่ได้มาคือยาทาหลอดที่ขี้ตาแมว มันไม่หายน่ะสิครับ ทำไงดีล่ะ ผมนึกไปถึงวิธีที่เค้าเคยบอกกันหลายคน ซีม่าโลชั่นครับ จัดไป แต่แสบมากๆเลย หลังเรางี้ไหม้เลยครับ และมันทายายากมากๆ ด้วยความที่ว่ามันอยู่ด้านหลัง จะหาให้ใครช่วยก็อายเค้า สรุปว่าผมจำไม่ได้แล้วว่ามันหายยังไง แต่เข้าใจว่าหายด้วยซีม่านี่แหละ แสบ แต่ทน
  • เล็บมือ เล็บเท้า ตัดให้สั้นอยู่เสมอ และอย่าเกาบริเวณเกลื้อน เพราะเชื้อราอาจจะกระจายไปได้


ก็เป็นอันว่าบทความนี้ผมได้เขียนเรื่องวิธีรักษาเกลื้อนมายาวมากๆ เลย เพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวกับเกลื้อนนะครับ หวังว่าท่านผู้อื่นจะชอบและนำไปปฏิบัติเพื่อรักษาเกลื้อนของตัวท่านให้หายนะครับ
มิสเตอร์ไฮเค
photo credit: Pityriasis versicolor frontal retouche (license)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *